• หน้าแรก    English English   หัวข้อฯ update! หัวข้อฯ update!  แสดงรายนามสมาชิกฯ รายนามสมาชิกฯ  ระบบค้นหาข้อมูลภายใน APCOPTIK Board ค้นหา   Help! Help!
   สมัครสมาชิกแล้วใช้ได้ทันที สมัครสมาชิกแล้วใช้ได้ทันที   เข้าสู่ระบบ เข้าสู่ระบบ
Jump Menu 
Refractionist
 APCOPTIK board : Refractionist
หัวเรื่อง หัวข้อสนทนา: การตรวจวัดสายตาเบื้องต้น แบบ Subjective     ร่วมแสดงความคิดเห็นสร้างหัวข้อสนทนาใหม่
ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความ << หัวข้อก่อนหน้า | หัวข้อถัดไป >>
Bobie
Admin Group
Admin Group
ภาพสัญลักษณ์

ร่วมเป็นสมาชิกเมื่อ: 01 March 2005
ที่อยู่: Thailand
ตอบ: 2750
แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่: 13 November 2005 เวลา 22:56 | IP อ้างถึงข้อความของ Bobie

 

การตรวจวัดสายตาด้วยวิธี Subjective เบื้องต้น

โดย อาจารย์ บุญทวี ภูริคุปต์

 

บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร โรงเรียนส่งเสริมวิชาการแว่นตาไทย , สมาคมส่งเสริมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย

 

Accommodation

 

     คือกระบวนการของตาที่จะเปลี่ยนกำลังหักเหเพื่อที่จะให้แสงสะท้อนจากภาพของวัตถุมีจุดโฟกัสที่จอตา

 

กลไกการเกิด

    เกิดจากตัวเลนส์ที่มีความยืดหยุ่นซึ่งยึดอยู่กับ Suspensory ligament ที่ชื่อ Zonule of zinn และปลายอีกข้างหนึ่งยึดอยู่กับ Ciliary process บน Ciliary body ซึ่งถูกควบคุมด้วย Ciliary muscle

 

      เมื่อตามองระยะใกล้ Ciliary muscle จะหดตัวทำให้ Ciliary body เคลื่อนไปทางด้านหน้าเป็นผลให้ Suspensory ligament หย่อนตัวลง เลนส์ตาจึงป่อง หรือนูนขึ้น

ทำให้มีกำลังหักเหมากขึ้น

 

ชนิดของ Accommodation

 

     Reflex Accommodation

            Acc.ที่ถูกกระตุ้นด้วยภาพที่บริเวณจอตา มีการปรับกำลังการหักเหโดยอัตโนมัติเมื่อภาพไม่คมชัด

 

     Tonic Accommodation

            เป็นผลของ Acc. ที่เกิดจากกำลังของ Ciliary โดยตรง

 

     Convergence Accommodation

            เป็นผลของ Acc. ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ Convergence ซึ่งเป็น

ปฏิกริยาที่สัมพันธ์กัน

 

     Proximal Accommodation

            เกิดจากการเหนี่ยวนำของความรู้สึกถึงระยะใกล้โดยไม่เกี่ยวกับปริมาณการกระตุ้น

 

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อ Accommodation

     ขนาด

     ระยะ

     มิติ

     ความสว่าง

 

Emmetropia (สายตาปกติ)

     สภาวะที่แสงจากภาพหรือวัตถุสะท้อนผ่านเข้าเลนส์ตา และมีจุดโฟกัสที่จอตาพอดี

 

Myopia (สายตาสั้น)

     สภาวะที่การมองเห็นภาพที่อยู่ไกลออกไปไม่ชัดเจน เนื่องจากแสงจากวัตถุที่สะท้อนผ่านเข้าเลนส์ตา มีจุดโฟกัสก่อนถึงจอตา

 

สาเหตุ

 

     กระจกตา หรือเลนส์มีความโค้งนูนกว่าปกติ

     ความยาวของลูกตายาวกว่าปกติ

     ส่วนใดส่วนหนึ่งขององค์ประกอบดวงตาเกิดโรคที่ร้ายแรง

 

การแก้ไข :  เลนส์เว้า (Concave Lens)

 

 

 

Hyperopia (สายตายาว)

     สภาวะที่การมองเห็นภาพหรือวัตถุที่อยู่ใกล้ไม่ชัดเจน เนื่องจากแสงจากวัตถุที่สะท้อนผ่านเข้าเลนส์ตา มีจุดโฟกัสหลังจอตา

 

สาเหตุ

 

     กระจกตา หรือเลนส์มีความโค้งแบนกว่าปกติ

     ความยาวของลูกตาสั้นกว่าปกติ

     เกิดจากพยาธิสภาพโดยกำเนิด

 

การแก้ไข :  เลนส์นูน (Convex Lens)

 

 

 

Astigmatism (สายตาเอียง)

     คือสภาวะที่แสงจากวัตถุที่สะท้อนเข้าตาไม่สามารถรวมเป็นจุดเดียวกันได้ โดยที่เกิดจากความแตกต่างของค่าสายตาในแต่ละแนวต่างกัน

 

สาเหตุ : มาจากความแตกต่างของแกน 2 แกน ที่มีผิวความโค้งไม่เท่ากันของตัวกลางต่างๆที่มีส่วนในการหักเหของแสง ได้แก่

 

     กระจกตา

เกิดจากความแตกต่างผิวความโค้งด้านหน้าหรือด้านหลังของกระจกตา

     - ถ้าเกิดจากผิวด้านหน้าไม่เท่ากัน เรียกว่า With the rule Astigmatism

      - ถ้าเกิดจากผิวด้านหลังไม่เท่ากัน เรียกว่า Against the rule Astigmatism

 

     เลนส์

เกิดจากตำแหน่งของเลนส์ไม่ถูกต้อง ทำให้เลนส์เอียงตัว มี 2 แนว

     - แนวดิ่ง จะเอียงไปทางด้านจมูก

     - แนวนอน จะเอียงไปทางด้านหน้า

 

    สาเหตุอื่นๆ

     - เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบๆตา

     - ตำแหน่งของ Fovea ไม่ตรง

     - เกิดความผิดปกติที่ผิวของ Fundus

 

 

ชนิดของสายตาเอียง

 

Simple Hyperopic Astigmatism

     สายตาเอียงที่จุดโฟกัสแนวหนึ่งอยู่บนจอตา

            อีกแนวหนึ่งอยู่หลังจอตา

     การแก้ไขจะใช้เลนส์  Cyl.+

 

Compound Hyperopic Astigmatism

     สายตาเอียงที่จุดโฟกัสทั้งสองแนวอยู่หลังจอตา

     การแก้ไขจะใช้เลนส์ Sph.+ Cyl.+

 

 

Simple Myopic Astigmatism

     สายตาเอียงที่จุดโฟกัสแนวหนึ่งอยู่บนจอตา

            อีกแนวหนึ่งอยู่หน้าจอตา

     การแก้ไขจะใช้เลนส์ Cyl.-

 

Compound Myopic Astigmatism

     สายตาเอียงที่จุดโฟกัสทั้งสองแนวอยู่หน้าจอตา

     การแก้ไขจะใช้เลนส์ Sph.- Cyl.-

 

Mixed Astigmatism

     สายตาเอียงที่จุดโฟกัสแนวหนึ่งอยู่หลังจอตา

            อีกแนวหนึ่งอยู่หน้าจอตา

     การแก้ไข

ใช้เลนส์ Sph.- รวมกับเลนส์ Cyl.+ ที่มีกำลังสูงกว่า

หรือเลนส์ Sph.+ รวมกับเลนส์ Cyl.- ที่มีกำลังสูงกว่า

 

 

Circle of least confusion : คือตำแหน่งที่ตาพยายามที่จะ Accommodation ให้ภาพอยู่บนจอตาเพื่อให้เห็นภาพคมชัด หรือมัวน้อยที่สุด

 Mixed Astigmatism

     สายตาเอียงชนิดนี้ ตำแหน่ง Circle of least confusion จะอยู่ใกล้กับจอตา ทำให้

ความคมชัดของสายตาดีกว่าสายตาเอียงชนิดอื่น แต่ในระยะดูใกล้อาจจะมีปัญหาในการมองไม่ชัด

 

 

การแก้ไข

     คือการใช้เลนส์ Cylinder ที่มีค่าเท่ากับความต่างกันของแนวค่าสายตาเอียง แต่ในบางครั้งก็ไม่สามารถใช้แก้ให้เต็มจำนวนได้ เนื่องจากปัญหาของ

 

Effect upon Image size (ขนาดของภาพ)

     เนื่องจากในแต่ละแนวมีค่าสายตาไม่เท่ากัน เลนส์ที่ใช้แก้ไขก็จะมีกำลังต่างกัน ทำให้ภาพในแต่ละแนวต่างกัน โดยเฉลี่ยเลนส์ Cyl. 1.00 จะมีขนาดของภาพผิดไป 1.5 %

     ขนาดของภาพก่อนหน้าที่จะใช้เลนส์ ไม่ได้ขึ้นกับค่าสายตาเอียงอย่างเดียว มีขนาดของรูม่านตาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

 

Previous Adaptation (การปรับตัว)

     คนที่ยังไม่เคยใช้แว่นมาก่อน การแก้ไขเต็มจำนวนทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากกว่าที่เคย อาจจะไม่สามารถปรับตัวได้ จึงควรให้ค่าสายตาที่ลดลง

 

Modification of Correction (การแก้ไข)

     กรณีที่มี ค่า Sph. รวมกับ ค่า Cyl. และค่า Cyl. นั้นมีค่าน้อย

     ถ้าไม่มี Asthenopia จะไม่ให้ค่า Cyl. ถ้าค่า Cyl. นั้นไม่ทำให้เห็นดีขึ้นจากค่า Sph.

     ถ้ามี Asthenopia จะให้ค่า Cyl. ถ้าค่า Cyl. นั้นทำให้สายตาดีขึ้นจากค่า Sph.

     การแก้ไขต้องคำนึงถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย

 

Spherical Equivalent (การทดค่าสายตาเอียง)

     คือการแก้ไขสายตาเอียงด้วยการคำนวณทดค่าสายตาเอียงเพื่อลด Asthenopia

     ในกรณีที่มีสายตาเอียงมากแต่ไม่สามารถใส่เลนส์ Cyl. ได้เต็มจำนวน

     จะต้องนำค่า ครึ่งหนึ่งของค่าสายตาเอียง มารวมกับ ค่าสายตาสั้นหรือยาว

 

            สูตร  SE = Sph. +      ½ Cyl.

 

 

Presbyopia (สายตาผู้สูงอายุ)

      คือสภาวะที่ Amplitude of Accommodation ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นจน

ไม่สามารถมองระยะใกล้ได้ชัดเจน

 

Amplitude of Accommodation

     คือผลต่างของค่าเลนส์จาก Punctum Remotum (P.R.) ไปยัง Punctum Proximum (P.P.)

                        A.A. = P.P. - P.R.

 

การลดลงของ Amplitude of Accommodation

     การแข็งตัวของเลนส์

     การเปลี่ยนแปลงของ Ciliary

 

 

ความสัมพันธ์ของการมองใกล้กับ Amplitude of Accommodation

      Accommodation ของการมองระยะใกล้โดยที่จะไม่ให้เกิดปัญหาของ Asthenopia ขึ้นนั้น จะต้องใช้กำลังไม่เกินหนึ่งในสองของค่า Amplitude of Accommodation

 

Reading Addition

     เลนส์ที่ใช้แก้ไขสายตาผู้สูงอายุก็คือ เลนส์นูน ( Sph. + ) จึงเรียกว่า Reading Addition

     Reading Addition เกิดขึ้นกับทุกคนที่เริ่มเข้าสู่วัยประมาณ 40 ปี ไม่ว่าคนนั้นจะมีสายตาปกติ ,สายตาสั้น หรือสายตายาวมาก่อน

     ในกรณีที่มีค่าสายตามองไกล Reading Add.ก็คือ ผลต่างของค่าสายตามองไกลและมองใกล้ 

 

 

การหาค่า Addition

 

            Addition  =     1/F ( เมตร ) – ½ A.A.

   

      ระยะการมองใกล้มาตรฐาน ประมาณ 40 ซม.

 

                        =    100/40 – A.A./2

 

                Addition           =   2.5  - A.A./2

 

 

·       ถ้าค่า A.A. มากกว่า หรือ เท่ากับ  5.00 D. ก็จะไม่มีปัญหาในการมองใกล้

 

 

Anisometropia

 

     คือสภาวะที่ค่าของสายตาข้างหนึ่งแตกต่างจากอีกข้างหนึ่ง สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ

     สายตาข้างหนึ่งเป็นปกติ แต่อีกข้างหนึ่งผิดปกติ

     สองข้างผิดปกติแต่ค่าสายตาไม่เท่ากัน มีทั้งต่ำ (ต่างไม่เกิน 2.00 D.) และสูง (ต่างกันเกิน 2.00 D.)

     สายตาข้างหนึ่งเป็นสายตาสั้น แต่อีกข้างหนึ่งเป็นสายตายาว

 

สาเหตุ

     เป็นตั้งแต่เกิด (ส่วนใหญ่เกิดจากความยาวของลูกตา)

     เกิดจากพยาธิสาพ , บาดแผลที่กระจกตา

 

ผลกระทบ

     เกิด Prism effect เนื่องจากความแตกต่างของกำลังเลนส์

     มีปัญหาในการกลอกตา เพราะ Prism effect จะรบกวนการมองทุกครั้งที่มองออกนอกจุดกึ่งกลางเลนส์

     ขนาดของภาพที่ต่างกันในตาทั้งสองข้างจากกำลังเลนส์ ทำให้เกิดสภาวะ Aniseikonia 

   * Aniseikonia  สภาวะที่ขนาดของภาพในจอตา 2 ข้างไม่เท่ากัน ทั้งขนาด และ

รูปร่าง ก่อให้เกิดอาการ Asthenopia

 

     กรณีของ Monocular Aphakia (ภาวะไม่มีกระจกตาข้างหนึ่ง) จะมีปัญหาของ

Aniseikonia ทั้งมองไกล และมองใกล้

     Anisometropia ที่มีสภาวะของ Aniseikonia เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Amblyopia  

 

 

อาการ

     ใน Anisometropia ระดับสูง จะมองภาพสองตาไม่ได้ เกิดภาพซ้อน เกิด Aniseikonia

     เกิด Asthenopia ตาเหล่เข้า และอาจจะกลายเป็น Amplyopia

     ลานสายตาที่จำกัด เมื่อดูระยะใกล้ และจะเกิดปัญหาในการใช้เลนส์

 

การแก้ไข

     ใน Anisometropia ระดับต่ำจะแก้ไขให้เต็มจำนวน หรือให้มีการใช้ตาสองข้างพร้อมกัน

     อาจจะต้องให้ใช้สายตาสลับกัน ถ้าข้างหนึ่งเป็นสายตาสั้น อีกข้างหนึ่งเป็นสายตายาว

     ในเด็กต่ำกว่า 12 ปี ควรแก้ไขเต็ม

     ในผู้ใหญ่ที่มี Anisometropia ไม่มาก (2.00 - 4.00 D.) และสามารถมองสองตา ควรแก้ไขเต็มและให้ใส่ตลอดเวลา แม้ว่าจะใช้เวลาปรับตัวหลายอาทิตย์

     ในคนสูงอายุจำเป็นต้องมีการยืดหยุ่น พยายามให้มีการใช้ตาสองข้างร่วมกัน

     ถ้าไม่สามารถมองภาพสองตา จะให้เลนส์แก้ไขเต็มกับข้างที่ดี

     กรณีที่พบในวัยเด็ก จะแก้ไขให้ได้ผลต้องปิดตาข้างที่ดีวันละหลายชั่วโมง เพื่อบังคับให้ตาข้างไม่ดีทำงาน

     การแก้ไขด้วย Contact lens มีข้อได้เปรียบมากกว่า

 

 

Visual Acuity  ( VA )

 

         หมายถึง ความสามารถของตาที่จะแยกขนาดของวัตถุที่เล็กที่สุดออกจากกัน

ซึ่งระยะห่างของวัตถุทั้งสองจะต้องไม่น้อยกว่า 1 ลิปดา (minute) และต้องมีขนาด

ไม่น้อยกว่าความกว้างของมุมการมองที่เล็กที่สุด (Minimum Visual Angle)

         มุมของการมองที่เล็กที่สุด ในคนปกติที่จะสามารถอ่านตัวอักษรได้ จะมีขนาด

เท่ากับ 5 ลิปดา (minute)

 

         จากหลักที่การเกิดภาพของวัตถุที่บนจอตาจะมีความสัมพันธ์กับขนาดของวัตถุ และระยะห่างของวัตถุกับลูกตา นั่นคือวัตถุยิ่งอยู่ไกล ภาพที่เกิดบนจอตาก็ยิ่งเล็ก

         เราจึงนำหลักการนี้มาสร้างตัวอักษรบนแผ่นทดสอบสายตา (Snellen Chart) แต่ละส่วนของตัวอักษรจะมีขนาด 1 ลิปดา และทำมุมกับลูกตาเท่ากับ 5 ลิปดา ขนาดของตัวอักษรแทนระยะห่างที่ต่างกัน

 

            ขนาดของตัวอักษร = ระยะทางทดสอบ x tan (1’)

 

 

Snellen Chart จะมีค่าที่เขียนไว้เป็นตัวเลขเศษส่วนที่ด้านข้าง โดยใช้การวัดที่ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร

    ในตาของปกติจะเห็นได้ที่ 20/20 หรือ 6/6

 

     VA = ระยะทางที่ทดสอบ / ระยะทางที่คนปกติสามารถอ่านตัวอักษร

 

การบันทึกค่า VA

     อ่านได้แถวถึงแถวไหนก็บันทึกค่าของแถวนั้น

            เช่น VA = 20/30 , 20/50

     อ่านผิดไปกี่ตัวในแถวไหนก็บันทึกตามนั้น

            เช่น VA = 20/20    , 20/30

     ถ้า VA ต่ำกว่า 20/200 (6/60) คือที่ระยะ 6 เมตรยังไม่สามารถอ่านตัวเลขได้

ให้เปลี่ยนระยะทดสอบ โดยการลดระยะทางลงครั้งละ 1 เมตร 

            VA = 5/60 , 4/60 , 3/60 , 2/60 , 1/60

    ถ้าระยะ 1 เมตร ยังไม่สามารถอ่านตัวอักษรได้ ให้นับนิ้วมือที่ชูขึ้นมา

            VA = F.C. (Finger Count)

    ถ้า VA ต่ำกว่า F.C. ให้โบกมือไปมา ถ้าสามารถมองเห็น

            VA = H.M. (Hand Movement)

    ถ้า VA ต่ำกว่า H.M. ให้ใช้ปากกาไฟฉาย (Penlight) ส่อง แบบย้ายทิศทาง และเปิดปิดสลับกัน

    ถ้าเห็นแสงไฟฉาย และสามารถบอกทิศทางได้

            VA = P.J. (Light Projection)

    ถ้าเห็นแสงไฟฉาย แต่ไม่สามารถบอกทิศทางได้

            VA = L.P. (Light Perception)

    ถ้าไม่เห็นแสงไฟฉาย และไม่สามารถบอกทิศทางได้

            VA = N.L.P. (No Light Perception)

 

 

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการวัดค่า V.A.

 

            1.ความสว่าง

            (Intensity of illumination)

            2.ความสว่างของแผ่นทดสอบสายตา

            (Intensity of chart)

            3.ส่วนของจอตาที่ได้รับการกระตุ้น

            (The region of the retina stimuli)

            4.ระยะห่างของแผ่นทดสอบสายตา

            (Distance of the test chart)

            5.ความตึงของหนังตา ฟิล์มน้ำตา การกระพริบตา

            (Influence of the lid pressure, tear films and blinking)

            6.ขนาดของรูม่านตา

            (Size of pupil)

            7.อาการสายตาผิดปกติ

            (The present of ametropia)

            8.ประสบการณ์

            (Past experience)

            9.การศึกษา

            (Education)

            10.องค์ประกอบทางจิตวิทยา

            (Psychological factors)

            11. องค์ประกอบทางสรีรวิทยา

            (Physiological factors)

 

 

Best Sphere (BS)

     คือค่าของเลนส์ Sph. + มากที่สุด หรือค่าของ เลนส์ Sph. - น้อยที่สุด ที่ให้ค่าสายตาดีที่สุด

 

เริ่มด้วยเลนส์ Sph. + 0.25 D.

    ถ้า VA ดีขึ้นแสดงว่าเป็นสายตายาว อาจจะมีสายตาเอียงร่วมด้วย ถ้าแย่ลงก็เป็นสายตาสั้น

    - สายตายาว เพิ่มเลนส์ Sph. + ไปเรื่อยๆจนเลนส์ที่ให้อ่านไม่ดีขึ้นกว่าเดิม บันทึกค่าไว้

    - สายตาสั้น เพิ่มเลนส์ Sph. - ไปเรื่อยๆจนเลนส์ที่ให้อ่านไม่ดีขึ้นกว่าเดิม บันทึกค่าไว้

    * หลักการทดสอบนี้อยู่ที่ “ จำนวนตัวอักษรที่อ่านได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ความ

คมชัดเพิ่มขึ้น”

     ถ้าค่าของ VA ขณะที่มี BS ยังไม่ได้ค่า 20/20 แสดงว่ามีสายตาเอียง

 

Estimate Astigmatism

     ในกรณีที่มีสายตาเอียง ค่า BS ที่หาได้จะเป็นค่าที่ทำให้ Circle of Least Confusion อยู่บนจอตา (แนวโฟกัสจะอยู่หลังจอตา 1 แกน และอยู่หน้าจอตา 1 แกน)

     ถ้าให้คนไข้มองที่แผ่นทดสอบค่าสายตาเอียง (Fan Chart , Clock Dial Chart) จะเห็นไม่ชัดเท่ากันหมด เราจึงต้องทำให้แนวโฟกัสทั้ง 2 แกน มาอยู่หน้าจอตา ด้วยการใส่เลนส์ Sph. + เพิ่มให้กับ BS

 

Fogging lens

     เลนส์ Sph. + เพิ่มให้กับ BS

 

 

Estimate Cylinder Axis

     เมื่อมองแผ่นทดสอบสายตาเอียง (Fan Chart , Clock Dial Chart)

 

     ด้วย Fogging lens + BS จะเห็นเส้นที่ชัดกว่าเส้นอื่น คือ Axis

     นำเลนส์ Cyl. - 0.25 ไปวางในแนวเส้นที่ตั้งฉากกับแกน Axis

     เพิ่มค่าของ เลนส์ Cyl. - จนเห็นเส้นทั้งหมดชัดเท่ากัน

 

 

Cross Cylinder

     คือเลนส์ที่มีค่าของ Cyl. - อยู่ด้านหนึ่ง และมีค่าของ Cyl. + ในปริมาณที่เท่ากันอยู่อีกด้านหนึ่ง องศาของทั้งสองด้านตั้งฉากซึ่งกันและกัน

            จุดสีแดงคือ Cyl. -

            จุดสีขาวคือ Cyl. +

            มีชนิด 0.25 D. และ 0.50 D.

     ถ้า V.A. 20/40 หรือด้อยกว่า ใช้ 0.50 D.

     ถ้า V.A. ดีกว่า 20/40 ให้ใช้ 0.25 D.

 

 

Cross Cyl. หา Axis

 

     วางก้านหมุนของ Cross Cyl. อยู่ในแนวองศาของเลนส์ Cyl. ที่ใส่อยู่

     ให้มองตัวเลขในบรรทัดที่ VA ดีที่สุด

     ให้เปรียบเทียบการมองผ่าน Cross Cyl. เมื่อมีการหมุนแกนกลับเลนส์ไปอีกด้านหนึ่ง

     ถ้าตอบว่าอันใดอันหนึ่งดีกว่าให้เปลี่ยนองศาของเลนส์ Cyl. ไปทางจุดสีแดง (Cyl. - ในCross Cyl.)

     เมื่อปรับองศาใหม่ ให้เลื่อนก้าน Cross Cyl. มาอยู่ในแนวองศาใหม่ แล้วให้เปรียบเทียบเหมือนเดิม

     ทำเช่นนี้ไปจนไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง 2 ด้าน จะได้องศาที่ถูกต้อง

 

Cross Cyl. หา Power ของ Cyl -

 

    วางแนว Cyl. - หรือ + ของ Cross Cyl. อยู่แนวเดียวกับองศาของเลนส์ Cyl.

     ให้มองตัวเลขในบรรทัดที่ VA ดีที่สุด

     เริ่มต้นจากวางจุดสีแดง (Cyl. -) ให้อยู่แนวเดียวกับองศาของเลนส์ Cyl. เป็นตำแหน่งที่ 1

     ให้มองตัวเลขในบรรทัดที่ VA ดีที่สุด

     ให้เปรียบเทียบการมองผ่าน Cross Cyl. เมื่อมีการหมุนแกนกลับเลนส์ไปอีกด้านหนึ่ง เป็นตำแหน่งที่ 2

     ถ้าตอบว่าตำแหน่งที่ 1 ดีกว่า ให้เพิ่มค่าของเลนส์ Cyl.

     ถ้าตอบว่าตำแหน่งที่ 2 ดีกว่า ให้ลดค่าของเลนส์ Cyl.

     ทำเช่นนี้ไปจนไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง 2 ตำแหน่ง จะได้ค่าสายตาของเลนส์ Cyl. - ที่ถูกต้อง

 

 

Duochrome Test

     บางครั้งจะเรียกว่า Red Green Test

     ใช้หลักของการเกิด Chromatic Aberration

     แสงปกติจะมีความยาวของคลื่นแสงแต่ละสีที่แตกต่างกัน

     ในตาของคนปกติจะเห็นแสงสีเขียวและสีแดงมีความคมชัดเท่าๆกัน เนื่องจาก

สีเหลืองจะอยู่กลางจอตามากที่สุด ระยะห่างของแสงสีเขียวและสีแดงอยู่ห่างจาก

สีเหลืองพอๆกัน

         คนที่สายตาสั้น จะเห็นแสงสีแดงชัดกว่าเนื่องจากการโฟกัสก่อนถึงจอตา

          ถ้าเลนส์ที่ให้ เห็นสีแดงชัดกว่า แสดงว่าค่าสายตาที่ให้น้อยไป

                    เห็นสีเขียวชัดกว่า แสดงว่าค่าสายตาที่ให้มากไป

     คนที่สายตายาว จะเห็นแสงสีเขียวชัดกว่าเนื่องจากการโฟกัสหลังจอตา

          ถ้าเลนส์ที่ให้ เห็นสีแดงชัดกว่า แสดงว่าค่าสายตาที่ให้มากไป

                    เห็นสีเขียวชัดกว่า แสดงว่าค่าสายตาที่ให้น้อยไป

            * ค่าที่เหมาะสมคือเห็นสีเขียวและแดงเท่าๆกัน *

 

 

การหาค่า Addition

วิธี Cross Cylinder

 

     ใช้เลนส์ Cross Cyl.  0.50 D.ร่วมกับแผ่นทดสอบรูปกากบาท

     ให้ค่า + 0.50 อยู่ในองศา 180 เส้นแนวนอนจะเข้มกว่าแนวตั้ง

     เพิ่มเลนส์ Sph. ครั้งละ + 0.25 D. จนเห็นเส้นแนวตั้งเข้มกว่า

     ลดค่าเลนส์ Sph. + ลงจนเห็นเส้นทั้ง 2 แนวมีความชัดเท่ากัน

     ค่าของเลนส์ sph. + ที่หาได้คือค่าของ Addition

    

 

วิธี Duochrome

 

     ใช้หลักความยาวคลื่นแสงร่วมกับแผ่นทดสอบเขียวแดง

     คนที่มีสายตาผู้สูงอายุจะเห็นวงกลมในสีเขียวชัดกว่าสีแดง

     เพิ่มเลนส์ Sph. + จนเห็นวงกลมในสีแดงชัดกว่าสีเขียว

     ลดค่าเลนส์ Sph. + ลงจนเห็นทั้ง 2 สี มีความชัดเท่ากัน

     ค่าของเลนส์ sph. + ที่หาได้คือค่าของ Addition

 

APC ขอขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ บุญทวี ภูริคุปต์ ที่ได้กรุณาเอื้อเฟื้อบทความนี้ เพื่อพัฒนาวิชาการแว่นตาในประเทศไทย ตามมาตรฐานสากล

 

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อด้านวิชาการแว่นตา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

1. โรงเรียนส่งเสริมวิชาการแว่นตาไทย , สมาคมส่งเสริมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย 87/93 ชั้น 7 อาคารชุดโมเดอร์น ทาวน์ ถนนสุขุมวิท 63 ซอยเอกมัย 3 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กทม 10110
โทร 02-3817356 Fax 02-3817357 , e-mail :
info@thaiopto.com

หลักสูตรระยะสั้น อบรม 180 ชั่วโมง

 

2. แผนกช่างเทคนิคแว่นตาและเลนส์ วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง ระดับ ปวช. ปวส.
โทร.02-9283824 (สายตรงและเบอร์แฟกซ์ แผนกช่างเทคนิคแว่นตาและเลนส์)
02-5655277-9 (ต่อแผนกช่างเทคนิคแว่นตาและเลนส์ )
02-5655277-9 (เบอร์แฟกซ์วิทยาลัยฯ)

รายละเอียดของหลักสูตร ปวส. http://freehost15.websamba.com/optics2005/course/2_2546.pdf

 

3. หลักสูตรทัศนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศาสตร์
Doctor of Optometry , สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ , มหาวิทยาลัยรามคำแหง

อาคารสุโขทัย ชั้น 2 ห้อง 0212หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์: 02-3108905-9
โทรสาร : 02-3108907
E-mail Address : ihs@ram1.ru.ac.th
Website: http://www.ihs.ru.ac.th



แก้ไขโดย Bobie เมื่อวันที่ 26 November 2005 เวลา 17:07


__________________
สมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ ( โบบิ ) CEO
ศูนย์แว่นตาไอซอพติก : คุณภาพการมองเห็นระดับไฮเอนด์
89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 2
ถ.รัชดาภิเษก
masterbobie@gmail.com
โทร : 081 538-4200
กลับขึ้นด้านบน เปิดดู Bobie's  ข้อมูลส่วนตัว ค้นหาข้อความอื่นที่แสดงความเห็นไว้โดย Bobie เยี่ยมชม Bobie's www ส่งข้อความส่วนตัว จัดเก็บไว้ในสมุดรายนามสมาชิก (Buddy List)
 
Piccolo
ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสายตา
ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสายตา
ภาพสัญลักษณ์

ร่วมเป็นสมาชิกเมื่อ: 10 December 2005
ตอบ: 9
แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่: 11 November 2006 เวลา 16:49 | IP อ้างถึงข้อความของ Piccolo

 Subjective ต้องอาจารย์บุญทวี

 เรติโน ต้องอาจารย์นันทนา

 โพรเกรสซีฟต้องอาจารย์โบบิ

เมื่อไหร่สามคนนี้จับมือกันตั้งโรงเรียนวัดสายตานะ เราว่าสุดยอด เอ ว่าแต่สามท่านนี้จะรวมกันติดไหมเนี่ย

กลับขึ้นด้านบน เปิดดู Piccolo's  ข้อมูลส่วนตัว ค้นหาข้อความอื่นที่แสดงความเห็นไว้โดย Piccolo ส่งข้อความส่วนตัว จัดเก็บไว้ในสมุดรายนามสมาชิก (Buddy List)
 

หากท่านต้องการร่วมแสดงความเห็นในหัวข้อสนทนานี้ ท่านจำเป็นจะต้องทำการ login
หากท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิกฯ กรุณาทำการ สมัครสมาชิกฯ

  ร่วมแสดงความคิดเห็นสร้างหัวข้อสนทนาใหม่
รูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์ รูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์

ท่าน ไม่สามารถ สร้างหัวข้อสนทนาใหม่ได้
ท่าน ไม่สามารถ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบข้อความของท่านได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความของท่านได้
ท่าน ไม่สามารถ สร้างแบบสำรวจความคิดเห็นได้
ท่าน ไม่สามารถ ร่วมลงคะแนนในแบบสำรวจความคิดเห็นได้

Powered by Web Wiz Forums version 7.01
Copyright ©2001-2003 Web Wiz Guide

Translated By Travelbookingcenter.com

ใช้เวลาในการประมวลผลทั้งหมด .1055 วินาที

Netdesign Board BY NetdesignHost.com